+ ใจเขาใจเรา

+ ใจเขาใจเรา

วิวาทปฺปตฺโต ทุติโย         เวเนโก วิวทสฺสติ
ตสฺส เต สคฺคกามสฺส         เอกตฺตมุปโรจตํฯ
                                       (ขุ.ชา.๒๘/๑๒๙๘)
คนสองคนมักเกิดการทะเลาะวิวาท
คนคนเดียวจะทะเลาะวิวาทกับใคร
ท่านผู้ปรารถนาสรวงสวรรค์
จงชอบใจความเป็นผู้เดียวเถิด.  


สองคนก็สองจิต จะไม่คิดทะเลาะหรือ
เกาะเกี่ยวกันนั่นคือ  เหตุเกิดเรื่องเคืองร่ำไป
คนเดียวไม่เกี่ยวเกาะ จะทะเลาะกันที่ไหน
สุขแสนสบายใจ  เป็นประจำทุกค่ำคืน
ปรารถนาสรวงสวรรค์ คนเดียวนั่นแหละแช่มชื่น
อยู่ยั้งอย่างยั่งยืน  เพราะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ฯ

            คำว่า
“คน” คือกิริยาอาการอย่างหนึ่งที่ใช้ทัพพีจุ่มลงในหม้อแกง แล้วหมุนวนไปมา “คนไปคนมา”
           
ดังนั้น “คน” ผู้ยังไม่ยกระดับขึ้นเป็น “มนุษย์” ซึ่งแปลว่า “ใจสูง” อยู่ที่ใดก็เกิดเรื่องที่นั่น ยุ่งวุ่นวาย สองคนอยู่ด้วยกัน กระทบกระทั่ง เกิดเรื่องทะเลาะ สามีภรรยา “คู่กัด” เห็นออกมาก สามวันดีสี่วันทะเลาะ ยิ่งอยู่มากคน ก็ยิ่งมากความ นี้คือ โทษของการอยู่ร่วมกัน ถ้าไม่ถือเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนลิ้นกระทบฟัน ก็ย่อมเป็นทุกข์
           
การที่หญิงและชายจะมาอยู่ร่วมกัน คำว่า “รัก” คำเดียวไม่พอ ต้องเพิ่มคำว่า “อดทน” ด้วย ถ้าคิดว่า อดทนต่อกิริยาที่ทำ และถ้อยคำที่พูดของกันและกันได้ นั่นแหละ จึงตกลงร่วมหอลงโรง รับรอง “ฉันไม่พรากจากเธอ”
         
อย่างไรก็ตาม การอยู่ร่วมกัน ก็ใช่จะเกิดทุกข์ร่ำไป หากอยู่ด้วย “สามัคคีธรรม” ต่างคนก็ต่างส่งจิตคล้อยตามกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัย ไม่กระทบกระทั่ง หาเรื่องทะเลาะ ความสุขย่อมเกิดขึ้น “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ นำความสุขมาให้”
           
แต่ก็เกิดขึ้นได้ยาก โดยเฉพาะในสังคมทุนนิยม คนไทยเปรียบเหมือนไก่รวมอยู่ในเข่ง จิกตีกัน เขากำลังนำเอาไปเชือด ก็ยังไม่รู้ตัว

 

***************************