+ มุมมองใหม่-เรียนพุทธศาสนาให้สนุกกับครูสมจิตต์ เกษรบัว

+ มุมมองใหม่-เรียนพุทธศาสนาให้สนุกกับครูสมจิตต์ เกษรบัว

“สมจิตต์ เกษรบัว (เต็มรัก)” เรียนจบเอกสังคมศึกษาจากวิทยาลัยครูนครปฐม เริ่มต้นการเป็นครูสอนวิชาพุทธศาสนา ชั้นป.6 ที่ร.ร.วัดนางสาว จ.สมุทรสาคร สืบทอดอาชีพเรือจ้างตระกูล ”เต็มรัก” เป็นครูครั้งแรก แต่สอนวิชาที่น่าเบื่อที่สุด 

                     

ทำให้ “ครูสมจิตต์” ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก เรียนรู้วิธีการสอนอย่างไรไม่ให้น่าเบื่อ ผ่านหลากหลายวิธีการ เน้นปฏิบัติจริง ที่สำคัญนำหลักธรรมไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ จนพัฒนาลูกศิษย์ให้เป็นคนดีมีคุณธรรม

 “สอนหนังสือครั้งแรกก็สั่น กังวลว่าจะสอนได้หรือไม่ พยายามเรียนรู้วิธีสอนจากครูที่มีประสบการณ์ โรงเรียนให้ไปอบรมมารยาทไทยก็ไป พัฒนาศักยภาพตนเองให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ หมั่นศึกษาเรียนรู้และรับผิดชอบและอุทิศเวลาเพื่องาน คิดเสมอว่างานคือชีวิตและมีความสุขทุกครั้งที่ทำงาน” นี่คือเคล็ดลับเรือจ้างที่ชื่อ สมจิตต์

 ครูสมจิตต์ สอนวิชาพระพุทธศาสนาตามสาระการเรียนรู้ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และเชิญพระมหาสุรศักดิ์ วัดสิรินทร (ปัจจุบันย้ายไปอยู่วัดไร่ขิง) จาก 1 รูปเพิ่มเป็น 12 รูป มาช่วยสอนศีลธรรม ทำให้นักเรียนซาบซึ้งในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งแม่นยำพร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนนำหลักคุณธรรมไตรสิกขาไปใช้ในชีวิตประจำวัน ปฏิบัติตนบนพื้นฐานความเป็นไทย นำนักเรียนไปประกวดการสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ มารยาทไทย แข่งกันตอบปัญหาธรรมะ

 จนมีส่วนทำให้ด.ญ.สายสุดา ผ่อสุขสวัสดิ์ นักเรียนชั้นป.6 ร.ร.วัดนางสาว ชนะเลิศประกวดเรียงความโครงการมิลเลนเนียมดรีมเมอร์ อะวอร์ด ได้ไปสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 5 วัน ส่วน ครูสมจิตต์ ได้รับรางวัลครูผู้สอนพุทธศาสนาดีเด่นปี 2539 และ 2541 จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และร.ร.วัดนางสาวได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงเรียนคุณธรรม จริยธรรม

 ปี 2545 ครูสมจิตต์ ย้ายกลับภูมิลำเนาทำหน้าที่เรือจ้างที่ร.ร.วัดลาดปลาดุก โรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนในฝันสพฐ.รุ่น 3 และสอนวิชาพุทธศาสนาป.6 เช่นเดิมไปพร้อมๆ กับดูแลโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ และเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อให้การสอนวิชาพุทธศาสนาได้ใช้ในชีวิตจริง นอกจากสอนตามสาระการเรียนรู้ และนำวงจรเดมมิ่ง (PCDA) ที่เริ่มต้นจากการวางแผน ลงมือปฏิบัติ ตรวจสอบผลการปฏิบัติ และปฏิบัติตามผลการตรวจสอบ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม

  เชิญพระจากวัดปลาดุกที่เป็นศิษย์เก่าของที่นี่มาสอนศีลธรรม และนิมนต์พระมาที่โรงเรียนเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อให้นักเรียน คณะครู แม่ค้าและผู้ปกครองได้ทำบุญตักบาตร สวดมนต์ทำนองสรภัญญะทั้งโรงเรียนทุกสัปดาห์ กิจกรรมยิ้มไหว้ทักทาย จัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน จัดค่ายคุณธรรม และกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญๆ รวมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนไปประกวดมารยาทไทย สวดมนต์ทำนองสรภัญญะ ตอบปัญหาธรรมะ และสอบธรรมศึกษาขั้น ตรี โท เอก อย่างต่อเนื่อง อุทิศเวลาดูแลนักเรียน เยี่ยมบ้านเพื่อช่วยเหลือตามสภาพ

                             

 นอกจากนี้ ยังเป็นคณะทำงานพัฒนาคุณภาพสื่อต้นแบบ วิเคราะห์หนังสือเรียนพระพุทธศาสนา ช่วงชั้นที่ 2 ถวายความรู้การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้พระพทุธศาสนาให้พระมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นวิทยากรมารยาทไทยของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ล่าสุดเป็น "ครูดีในดวงใจ" สพฐ.ปี 2553 ตลอดการรับราชการ 31 ปี ครูสมจิตต์ได้รับโล่รางวัลดีเด่นเกี่ยวเนื่องกับการสอนพุทธศาสนากว่า 10 รางวัล และจากปี 2545 ที่สอนโรงเรียนวัดลาดปลาดุก นักเรียนโรงเรียนวัดลาดปลาดุกได้รับเข็มยุวทูตความดีกระทรวงต่างประเทศ 10 คน สอบได้นักธรรมชั้นเอกร่วม 100 คน

 รวมทั้งได้รับทุนจากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และเกียรติบัตรจากองคมนตรีได้เหรียญทองมารยาทไทยภาคกลางและภาคตะวันออกปี 2550-2552 ชนะเลิศแข่งขันตอบปัญหาธรรมะทั้งเหรียญทองและชนะเลิศ ชนะเลิศมารยาทไทย คน ชนะเลิศสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะระดับประถม และรองชนะเลิศอีกมากมาย

 “ตอนนี้อายุ 57 ยังมาทำงาน 7 โมงเช้าและกลับ 1 ทุ่มทุกวันอย่างมีความสุข เพราะผอ.บัณฑิต เอกติชัยวรกุล ผอ.โรงเรียนวัดลาดปลาดุกสนับสนุนการทำงานเต็มที่ ตั้งใจว่าถ้าเกษียณแล้วก็ยังจะอยู่กับงานด้านพระพุทธศาสนาอีกเพราะมีความสุขสนุกกับงานทุกวันและอิ่มใจทุกครั้งที่เห็นเยาวชนไทยมีพุทธศาสนาอยู่ในใจ” ครูสมจิตต์ กล่าว

  ด.ญ.ธีรยา ลักษณา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 กล่าวว่า เรียนพุทธศาสนากับครูสมจิตต์  สนุกมาก ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนในการแสดงนาฏศิลป์ ประกวดมารยาทไทย แข่งขันสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ ได้รับรางวัลต้นแบบคนดีของแผ่นดินรับเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตรระดับประเทศ เหรียญทองระดับภาค ระดับจังหวัด รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด  ระดับอำเภอ อย่างต่อเนื่อง

 "หนูภูมิใจที่ได้เป็นลูกศิษย์ของครูสมจิตต์ค่ะ"  ด.ญ.ธีรยา กล่าวทิ้งท้าย