+ ร.ร.พระปริยัติฯเอาด้วยขอใช้ O-Net

+ ร.ร.พระปริยัติฯเอาด้วยขอใช้ O-Net

            สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เผยผลสำรวจผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม ต้องการ ใช้การสอบ โอเน็ต (O-NET) เป็นเกณฑ์พิจารณาจบหลักสูตร
           
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้สำรวจความคิดเห็นผู้บริหารโรงเรียน และบุคลากรจากโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จำนวน ๑,๕๒๕ รูป/คน ถึงความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯในปัจจุบัน พบว่าประเด็นที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนคือ
            
๑.ระบบการบริหารจัดการที่ยังไม่เข้มแข็ง
           
๒. บุคลากรขาดความชำนาญในวิชาที่สอน
           
๓. ไม่มีระบบติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียน
           
๔. ขาดระบบประชาสัมพันธ์
           
ขณะเดียวกันผลการประเมินคุณภาพของการจัดการศึกษาของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ยังมีโรงเรียนประมาณร้อยละ ๓๐ ที่ยังไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด อัตราส่วนของผู้เรียนที่จบนักธรรมมีน้อย ระบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นการดำเนินการแบบตั้งรับ อัตราการเรียนต่อด้านสามัญของผู้เรียน การลาออกระหว่างภาคเรียนมีสูง และขาดมาตรการส่งเสริม จูงใจ และสร้างทัศนคติใหม่แก่ผู้เรียนในการครองตนเป็นเพศบรรพชิตเพื่อเป็นศาสนทายาทที่ดี อีกทั้งยังมีระเบียบปฏิบัติ กฎหมายหลายประการที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาระบบการศึกษาพระปริยัติธรรมฯ
           
ผลการสำรวจยังพบว่า สาเหตุที่ทำให้คุณภาพของโรงเรียนยังอยู่ในระดับต่ำคือ การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ของทุกปี 
            - มักจะสอบตรงกับการสอบบาลีสนามหลวง ทำให้โรงเรียนต้องนำนักเรียนไปสอบบาลีสนามหลวง
           
- สถานภาพครูและบุคลากรที่ไม่มีความมั่นคง
           
- ผู้ประเมินภายนอกบางคนไม่เข้าใจบริบทของโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ
           
ทำให้ผลการประเมินไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
           
ผลการสำรวจยังเสนอแนวทางแก้ไขคือ คัดเลือกสถานศึกษาที่มีคุณภาพระดับดีขึ้นไป เพื่อประชาสัมพันธ์ ยกย่อง และเผยแพร่ผลการดำเนินงานเป็นต้นแบบให้แก่สถานศึกษาอื่นๆ ประสานการทดสอบภาษาบาลี และการทดสอบ โอเน็ต (O-NET)  ให้มีช่วงเวลาต่างกัน เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสเตรียมตัวเข้ารับการทดสอบทั้ง ๒ ประเภท รวมทั้งกำหนดเป็นนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องให้ผู้เรียนเข้าสอบโอเน็ต (O-NET)  และใช้เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณาจบการศึกษาตามหลักสูตร

 

***************

 

ที่มาของข่าว
หนังสือพิมพ์ไทนรัฐ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓