+ ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ แต่เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ

คำสัมภาษณ์พระอาจารย์ ว. สำหรับผู้ที่พลาดรายการ วู๊ดดี้
         
ต้องขอบคุณรายการวู้ดดี้มากๆ ที่ทำเทปนี้ออกมาเข้ากับวันพระใหญ่ คือวันออกพรรษาพอดี คำตอบ คำสอนของท่าน    ทางรายการทำให้เราคิดอยากรวบรวมสรุป สาระ และ แก่น พระพุทธศาสนา มาแบ่งปันเพื่อนๆทุกคน อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดในทุกข้อ แต่เป็นใจความสำคัญที่ท่านเน้น
         
๑. ว่าถึงเรื่องการดั้นด้นตาม ไหว้พระวัดดังๆ ของชาวพุทธบางกลุ่ม: ท่านสอนว่า "ไหว้พระตามแนวพุทธ ไหว้ด้วยใจ"
         
๒. เรื่องการ ฆ่าสัตว์เล็กๆ ที่เราไม่เองไม่รู้ตัว : ท่านสอนว่า " กรรมไม่มี บาปไม่มี หากไม่ได้เจตนา ให้ดูที่เจตนาเป็นสำคัญ"
         
๓. เรื่องการ ดูหมอ : ท่านกล่าวว่า "คนที่รู้จักตัวเอง ไม่จำเป็นต้องหาหมอดู.. ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว" ท่านไม่เชื่อเรื่องหมอดู แต่ท่านเชื่อ กฎแห่งกรรม กฎแห่งการกระทำ กฎที่บอกว่า ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับตัวเรา
         
๔. การ ห้อยพระ : ท่านกล่าวว่า "กฎแห่งกรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นหมัน เพราะง้างกับกฎแห่งกรรม" วู้ดดี้เลยโยงถึงเรื่อง ธุรกิจพิมพ์พระ ซึ่งท่านกล่าวว่า "บาปไม่บาปให้วัดที่เจตนา  หากมีเจตนาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ไม่บาป"
         
๕. การ แก้กรรม : ท่านกล่าวว่า "คนไทยชอบแก้กรรม เหมือนเราถูกมัดไว้แล้วต้องมานั่งแก้ กรรมคือตัวความคิดของเรา ง่ายนิดเดียวคือการเปลี่ยนความคิด" และท่านเสริมว่า หลายสิ่งหลายอย่างพิสูจน์ไม่ได้ในห้องแล็บ ของพวกนี้ไม่ได้เห็นด้วยตา แต่เห็นด้วยปัญญา สิ่งสำคัญไม่ใช่โลกหน้ามีรึไม่มี แต่โลกนี้มีอยู่จริงและเราใช้ชีวิตอย่างไร
         
๖. พุทธพาณิชย์ : ท่านกล่าวว่า "ให้วัดที่เจตนา.. หากท่านพิมพ์คำเทศน์ คำสั่งสอนเป็นหนังสือ อ่านกันได้ทั่วโลก กำไรคือสติ ปัญญา การหายโง่ งมงาย ไม่ใช่พุทธพาณิชย์  หาวัดกำไรเป็นเม็ดเงินนั่นแหละคือพุทธพาณิชย์"
         
๗. เรื่องค่าตัวท่านในการนิมนต์เทศน์ : ท่านกล่าวว่า "ท่านเป็นพระ ไม่มีต้นสังกัด ไม่มีค่าย ท่านเป็นต้นสังกัดของตัวท่านเอง เวลานิมนต์อย่าถามเรท ถ้าท่านว่างและเห็นว่าเป็นประโยชน์ ท่านก็ไปให้" ท่านยังเสริมอีกว่า ถ้าคุณเป็นคนดี นั่นก็บรรลุวัตถุประสงค์ของการมีวัด วัดอยู่ที่ใจคุณแล้ว
         
๘. คำถามจากผู้ชมทางบ้าน: 
             ๘.๑ ถ้าเราไม่เคารพพระที่เราไม่ชอบ เพราะประพฤติมิชอบ บาปไหม ท่านตอบว่า
"ถ้าไม่มีความดีให้เราเคารพ ก็ไม่ควรเคารพ ไม่เสียหายอะไร คนเราจะเคารพคนที่สูงกว่าเรา ดีกว่าเรา เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราไปเคารพคนที่ไม่ควรเคารพ อันนี้บาป"
             
(๘.๒) ถ้านำแกนนำเหลือง-แดงมาให้ท่านเทศน์ ท่านจะเทศน์อย่างไรท่านฝากไว้สองข้อว่า
                       
๑. อย่าเห็นแก่ตัว จนไม่เห็นหัวประเทศไทย
                      
๒. ต้องยอมถอย เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า
         
๙. คนเรา จิตตก จะมีวิธีแก้อย่างไร : ท่านสอนว่า "จิตตก ก็ยกจิต ต้องออกจากสภาพแวดล้อมแบบนั้น หาหนังสือธรรมอ่าน.." ท่านยัง เสริมถึงเรื่องกัลยาณมิตร คือเพื่อนแท้ ที่คนจิตตกควรมีและสร้างให้มีได้ ส่วนปาปะมิตรคือเพื่อนเลว ที่ดึงชีวิตเราให้ต่ำลง
          ๑๐. มาหาพระพุทธเจ้าอย่าขอ แต่บอกว่า พระพุทธองค์จะเป็นต้นแบบของเรา ท่านมีหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจ พระพุทธศาสนาไม่ใช่ศาสนาแห่งการขอ เป็นศาสนาแห่งการลงมือทำ การลงมือทำเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

          ๑๑.
บุคคลต้นแบบของท่าน ว. วุฒิชัย
              
๑๑.๑ พระพุทธเจ้า
              
๑๑.๒ ท่านพุทธทาสภิกขุ - เป็นแรงบันดาลใจในการคิดนอกกรอบ กล้าคิดกล้าทำ ยินดีที่จะพูดความจริงโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องตาย
              
๑๑.๓ พระพรหมคุณาภรณ์ - มีความแม่นยำในพระธรรมวินัย ท่านเป็นพระที่ไม่ได้จบจากนอก แต่ท่านสามารถสอน ที่ ม. Harvard 
       
๑๑.๔ ท่านดาไล ลามะ - ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมดีเลิศ ท่านเป็นพระที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวโลก จนชาวโลกรู้สึกได้ 
              
๑๑.๕ ท่านติช นัท ฮันท์ - พระชาวเวียดนาม
         
๑๒. พูดถึงกิเลสที่ทำให้ เกิดความอยาก : ท่านกล่าวว่า ความอยากมี ๒ อย่าง  หนึ่งอยากเพราะถูกกดดันด้วยตัวกิเลส และสอง อยากเพราะถูกผลักดันโดยปัญญา อย่างหลังเป็นความอยากที่ถูกต้อง
         
๑๓. เรื่องการระงับ อารมณ์ทางเพศของพระ
               วู้ดดี้
: ท่านเป็นเพศชายแน่นอน ท่านเข้ามาอยู่ในโลกของธรรมะเนี่ย...ท่านสามารถระงับอารมณ์ทางเพศได้ยังไง ?
              
ว. : เรื่องแบบนี้นี่มันอยู่ที่เราจะไปให้ความสำคัญกับมันมากหรือน้อย คนทุกคนนี่มีนะ อารมณ์ทุกอย่างที่มีในปุถุชนก็มีในพระเหมือนกันทั้งหมด แต่พระเราจะถูกสอนให้เรียนรู้ที่จะไม่ต่อยอดกับสิ่งเหล่านี้ 
              
วู้ดดี้ : แสดงว่าเวลาเกิดกำหนัดเราแค่ไม่ต่อยอด...จบ 
              
ว. : เราก็เดินหนี แค่นั้นเอง กามารมณ์เกิดจากความคิด
              
วู้ดดี้: งั้นเวลาสมมติว่าท่านท่องเน็ต แล้วมันดันเผอิญไปคลิกผิด...เอาอย่างนี้ดีกว่า แล้วมีไซต์โป๊ขึ้นมา เคยมีมั้ยฮะ ?
             
ว. : มันยากมาก เพราะอาตมาไม่ไปท่องเว็บที่มันไร้สาระแบบนั้นอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะ แต่ถ้ามันเข้ามา ก็ไม่เป็นปัญหาถ้าเราไม่ต่อยอด พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ชัดหลังตรัสรู้แล้วนี่นะ ว่ากามารมณ์ก็คือ ความคิด ถ้าคุณไม่คิด ความรู้สึกในเชิงกามารมณ์ไม่เคยมีตัวตน 
              
วู้ดดี้ : มนุษย์เราต้องมีเพศสัมพันธ์ ถูกมั้ยฮะ ? มันก็ต้องยอมรับว่ามันคือความสุขทางโลก ถ้าไม่มี เพศสัมพันธ์ก็จะไม่มีเราทุกวันนี้ ถูกไหมครับพระอาจารย์ ? เราจะอธิบายได้อย่างไร เราจะแยกแยะได้ อย่างไร ไม่งั้นโลกทั้งโลกใบนี้ผู้ชายทุกคนก็ควรจะต้องเป็นพระสิ ถูกไหมครับ ?  
           
ว. : ไม่มีใครพูดอย่างนั้น พระพุทธเจ้าก็ไม่พูดอย่างนั้น เรามักจะคิดว่าความสุขที่เข้มข้นที่สุดถึงอกถึงใจที่สุดคือความสุขเชิงกามารมณ์ ใช่ไหม? หยิบจับสัมผัสได้ แต่คุณลืมไปว่าความสุขมันเป็นขั้นบันไดนะ แต่มนุษย์นี่มาติดอยู่บันไดขั้นแรกคือความสุขจากกามารมณ์ แล้วก็คิดว่าถึงที่สุดแล้ว โอ้โฮหลวงพ่อไม่เท่าชั้นหรอกน่าาาา...(วู้ดดี้หัวเราะ) ไอ้พวกนี้มันอยู่ใน มูตรในคูถแล้วมันก็คิดว่ามันมีความสุขที่สุดน่ะ เออ...แล้วมันไปสงสารคนอื่นที่ไม่มีความสุขเหมือน ตัวเอง (ใช่ครับ) คิดว่าความสุขจากกามารมณ์เป็นความสุขที่วิเศษที่สุด หลวงพ่อหลวงพี่ทั้งหลายไม่ มีโอกาส สู้พวกเราไม่ได้ 
              
วู้ดดี้ : เพราะเราถึงจุดสุดยอด แต่พระไม่ถึง 
              
ว. : ใช่ เราลืมไปว่าสุขสุดยอดนี่นะ ไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องเกิดจากกามารมณ์เท่านั้น มันอาจ จะเป็น spiritual orgasm (สุขสุดยอดทางจิตวิญญาณ) 
              
วู้ดดี้: เอ้ออออ...มันมีออร์แก๊สซั่มหลายแบบเนอะพระอาจารย์ 
              
ว. : ใช่...ทำไมคุณไปคิดว่ามันมีแค่นั้นล่ะ
             
วู้ดดี้ : งั้นความสุขในทางโลกของเราเนี่ย จริงๆ แล้วในหลักพุทธศาสนามันไม่ใช่อย่างนั้นเลยใช่มั้ย ?
              
ว. : คือความสุขที่มนุษย์บอกว่าสุขถึงที่สุดและก็ทุกข์ถึงที่สุด ก็เพราะความสุขชนิดนี้นี่นะ คือ สุขเพราะกามารมณ์นี่ พระอาจารย์อยากจะบอกว่ามันเป็นแค่ความสุขขั้นต่ำที่สุด จุดสุดยอดในวงการพุทธศาสนาคือการเป็นพระอรหันต์ การบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเหมือนที่พระพุทธเจ้าบรรลุ เพราะฉะนั้นถ้าเราไปถึงที่สุดทุกข์ เราบรรลุมรรคผลนิพพาน เราวิวัฒนาการถึงจุดสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์และเรามีความสุขตลอดกาล ยังมี ขั้นที่สองนะ ปัญญาสุข สุขจากการแสวงหาปัญญา ขั้นที่สาม สมาธิสุข สุขจากการที่หลับตานั่งนิ่งๆ ตามดูลมหายใจ พอจิตสงบร่างกายก็สดชื่นเบิก บานหลั่งสารเอนโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมานะ เท่านั้นแหละวู้ดดี้จะรู้สึกว่ามันชุ่มเย็นมันเบิก บานไปทั้งเนื้อทั้งตัว  พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่า เวลาสารแห่งความสุขมันหลั่งออกมานะ ไม่มีที่ไหนตั้งแต่หัวจรด เท้าที่รังสีแห่งความสุขแผ่ไปไม่ถึง นี่เรียกว่าสมาธิสุขนะ วันหลังลองนั่งสมาธินานๆ นะ ซักครั้งละ ครึ่งชั่วโมงนะ แล้ววู้ดดี้จะเห็นว่าสุขจากกามารมณ์ที่ตัวเองเคยผ่านพบนะมันเป็นแค่อะไรที่เล็กที่สุด ต่ำ ต้อยที่สุด แล้วเธอจะหันไปมองความสุขชนิดนั้นเหมือนกับคนที่ถ่มน้ำลายทิ้งแล้วไม่เสียดายเลย แล้ว คุณจะรู้ว่าคุณมันหลงอยู่ตรงนั้นซะตั้งนาน สุขสูงกว่านั้นก็มีอยู่ทำไมไม่มอง ไม่เพียงแต่ไม่มองบางครั้ง มันดูถูกด้วยนะ เห็นมั้ย นี่ก็แค่ขั้นที่สามนะ สมาธิสุขนี่นะ สุขจนน้ำหูน้ำตาไหลนี่แค่ขั้นที่สาม    สุขที่สี่ สุขที่สุดท้ายปลายทางชีวิตมนุษย์ทุกคนควรไปให้ถึง นิพพานสุข เป็นความสุขที่เรา เป็นอิสระจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง

 

******************

 

เขียนข่าววันที่ : ๘ ตุลาคม ๒๕๕๒
ภาพ/ข่าวโดย : ชาญวิทย์ หวานเสร็จ
ประเภทข่าวสาร : สาระน่ารู้

คุณสุกัญญา ชิณศรี
คุณชาญวิทย์ หวานเสร็จ
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กลุ่มอำนวยการ
๕๓๐ ถนนเดื่อเจริญ อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ๔๗๑๒๐
โทร. ๐ ๔๒๗๙ ๒๑๓๔ โทรสาร. ๐ ๔๒๗๙ ๑๒๐๕ E-mail : info@osesa3.net